Robotic Surgery เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นเรื่องที่มีการพัฒนาให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ช่วยในการรักษาโรค วินิจฉัย รวมถึงรักษาอาการต่าง ๆ วันนี้เราจึงได้นำหนึ่งในเทคโนโลยีทางวิศวกรรมของหุ่นยนต์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานจริงในวงการแพทย์แล้ว นั่นก็คือ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ Robotic Surgery

                หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การผ่าตัดมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีข้อดีคือช่วยให้แผลเล็ก มีอาการบาดเจ็บน้อย และคนไข้สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งแนวคิดของการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดนี้เริ่มมาจากการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้แทนมนุษย์ ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือพื้นที่ที่คนไม่สามารถเข้าไปได้ จนมาถึงการนำมาใช้งานทางด้านการแพทย์ เนื่องจากแพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยได้ในทุกที่เช่นกัน อย่างเช่น ในสมรภูมิสงคราม หรือในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการแพทย์อย่างเร่งด่วน และแพทย์ไม่สามารถไปถึงสถานที่นั้นได้ในทันที จึงได้เริ่มทำการคิดค้นหุ่นยนต์เพื่อให้สามารถทำการผ่าตัดได้ โดยเป็นการควบคุมมาจากระยะไกลโดยศัลยแพทย์

จุดเริ่มต้นของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1985 โดยเป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการเจาะชิ้นเนื้อสมอง จนต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นหุ่นยนต์เพื่อช่วยผ่าตัดเป็นครั้งแรก ในการช่วยผ่าตัดผู้ป่วยที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต จนได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้เรื่อยมาเพื่อใช้เป็นการแพทย์ในปัจจุบัน            

                หุ่นยนต์ที่ช่วยทำการผ่าตัดจะมีกระบวนการทำงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนของชุดสั่งการ ตัวควบคุม และตัวหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชนิดนี้จะถูกออกแบบมาให้มี 4 แขน โดยมีหลักการทำงานคือ 1 แขนจะทำหน้าที่ถือกล้อง ส่วนอีก 3 แขนจะทำหน้าที่ผ่าตัด โดยมีศัลยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ควบคุมด้วยการมองผ่านจอภาพเพื่อส่งคำสั่งไปยังแขนของหุ่นยนต์ให้ผ่าตัดตามที่แพทย์ต้องการ ทั้งการกรีด ตัด และเย็บเนื้อเยื่อ และด้วยกล้องที่มีความคมชัดอย่างแม่นยำ จึงทำให้การผ่าตัดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยุ่งยากน้อยลง

                ปัจจุบันโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยได้มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ช่วยผ่าตัดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ คือ ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง และยังช่วยในเรื่องของความแม่นยำมากกว่าการผ่าตัดด้วยมือของศัลยแพทย์ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อกำจัดของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงรวมถึงศัลยแพทย์ที่จะทำการบังคับและควบคุมหุ่นยนต์ประเภทนี้ได้จะต้องได้รับการฝึกฝนและเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้น

 

 

หุ่นยนต์ต้อนรับ จุดเริ่มต้นของการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนคนจริง

               

หุ่นยนต์ คือ เครื่องจักรกลที่ถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างและรูปร่างที่แตกต่างกัน โดยมนุษย์จะเป็นคนที่กำหนดฟังก์ชั่นและหน้าที่การทำงานต่าง ๆ เข้าไปในระบบควบคุมของหุ่นยนต์ ทั้งคำสั่งที่เป็นแบบอัตโนมัติและคำสั่งทางอ้อมอื่น ๆ ซึ่งหลัก ๆ แล้วหุ่นยนต์จะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน คือ หุ่นยนต์ชนิดตั้งอยู่กับที่ และหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ได้ ซึ่งแต่เดิมนั้นการพัฒนาหุ่นยนต์มักจะเป็นการสร้างเครื่องจักรกลขึ้นมา เพื่อใช้สำหรับงานที่ยากลำบาก เช่น หุ่นยนต์สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปได้ เป็นต้น

การพัฒนาและประยุกต์ใช้

ปัจจุบันหลายคนคงจะทราบกันเป็นอย่างดีว่า นวัตกรรมทางด้านหุ่นยนต์เป็นเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มาเป็นระยะเวลานานหลายศตวรรษ ทำให้เราคุ้นเคยกับเจ้าหุ่นยนต์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาพยนตร์ต่าง ๆ และไม่เพียงแต่ในภาพยนตร์เท่านั้น ในระยะหลังเรายังได้เห็นการนำหุ่นยนต์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วออกมานำแสดงโชว์ หรือนำมาใช้งานจริงกันอีกด้วย ตัวอย่างการนำหุ่นยนต์มาใช้งานจริงที่เรียกเสียงฮือฮาและเรียกความสนใจจากประชาชนทั่วให้ให้ตื่นตัวกับนวัตกรรมนี้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ การนำเอาหุ่นยนต์ใช้เป็นพนักงาน หรือพยาบาลต้อนรับในโรงพยาบาล ซึ่งเริ่มมีให้เห็นกันแล้วทั้งในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศไทยเราเอง

ตัวอย่างของหุ่นยนต์ต้อนรับที่ถูกนำมาใช้งานจริง

เริ่มที่โรงพยาบาลเบลเยียม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ต้อนรับผู้ป่วยเป็นแห่งแรกของโลก เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า Pepper เป็นหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาให้มีความสูง 140 เซนติเมตร เพื่อเป็นพนักงานต้อนรับผู้ป่วยในแผนกเด็กและผู้สูงอายุของโรงพยาบาล ความพิเศษของเจ้าหุ่นยนต์ Pepper ตัวนี้ก็คือสามารถรับรู้ภาษาได้ถึง 20 ภาษา และสามารถจับเสียงการพูดคุยของมนุษย์ทั้งผู้ชายผู้หญิงและเด็กได้

โรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ได้มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้เป็นพนักงานต้อนรับเพื่อคอยกล่าวต้อนรับและแนะนำเส้นทางให้กับผู้ป่วยที่สัญจรไปมาในโรงพยาบาล นอกจากนี้ในโรงพยาบาลแห่งนี้ยังได้มีหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ส่งของ และขนส่งสัมภาระ รวมถึงช่วยนำทางผู้ป่วยไปยังแผนกในโรงพยาบาลได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

ไม่เพียงต่างประเทศเท่านั้นที่ได้มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ต้อนรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่ประเทศไทยของเราก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีโรงพยาบาลเอกชน ได้เริ่มนำเอาหุ่นยนต์มาใช้งานในโรงพยาบาลจริง คือ หุ่นยนต์ในชุดคลุมพยาบาลสีเขียวและสีเหลือง ที่ทำหน้าที่เดินเอกสารตามรางบนพื้น ไปยังจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล เพื่อเป็นการลดขั้นตอน และลดการใช้กำลังคนในการเดินเอกสาร ซึ่งถือเป็นไอเดียสุดล้ำของการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้งานจริงในโรงพยาบาลของประเทศไทย

ด้วยนวัตกรรมที่การพัฒนาหุ่นยนต์ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วคงจะต้องติดตามกันต่อไป ว่าเราจะได้เห็นการนำหุ่นยนต์มาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของคนเราในด้านใดกันอีกบ้าง