Autopilot ระบบช่วยขับขี่ของยานพาหนะยุคใหม่

Autopilot ระบบช่วยขับขี่ของยานพาหนะยุคใหม่

เมื่อพูดถึงเรื่องของ Autopilot หรือระบบการบินอัตโนมัติ หลายคนก็คงจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนี่ เพราะในทางการบินนั้น ก็มีการใช้ระบบนี้มาตั้งนานแล้ว ซึ่งก็เป็นความจริง แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ นอกจากเครื่องบินแล้วในปัจจุบันยังได้มีการคิดค้นและพัฒนาเพื่อนำเอาระบบ Autopilot นี้มาใช้งานเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการขับขี่ให้กับยานพาหนะชนิดอื่น อย่างเช่นรถยนต์ส่วนบุคคลด้วย จะเป็นอย่างไร เราไปติดตามและอัพเดตข่าวคราวทางด้านเทคโนโลยีชนิดนี้กัน

ระบบ Autopilot ของเครื่องบิน

                ก่อนอื่นมารู้จัก และมาทำความเข้าใจกับระบบ Autopilot ของเครื่องบินกันมากขึ้นก่อน ระบบ Autopilot หลัก ๆ ก็คือระบบนำทางของเครื่องบิน เพื่อช่วยให้เครื่องบินเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งในเครื่องบินแต่ละลำก็จะมีการติดตั้งระบบ Autopilot ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป และสิ่งที่สำคัญก็คือ ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะมีระบบ Autopilot ก็ยังคงต้องอาศัยการทำงานของนักบินและผู้ช่วยในการกำหนดค่าต่าง ๆ รวมถึงต้องคอยสังเกตการณ์เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางการบิน โดยระบบ Autopilot ของเครื่องบินส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย 4 ระบบได้แก่ ระบบตั้งค่าทิศทางการบิน ระบบ Navigation  ระบบควบคุมความสูงของตัวเครื่องบิน เพื่อให้เครื่องบินสามารถไต่ระดับหรือลดระดับความสูงได้อย่างอัตโนมัติ ใครที่นั่งเครื่องบินบ่อย ๆ คงจะคุ้นหูกับการที่กัปตันประกาศว่า ขณะนี้เราอยู่ที่ระดับความสูงเท่านั้นเท่านี้ และระบบช่วยคำนวณในการนำเครื่องขึ้นและจอดเพื่อให้เครื่องบิน แลนดิ้งและเทคออฟ นำผู้โดยสารไปถึงที่หมายได้อย่างสวัสดิภาพ

การนำระบบ Autopilot มาใช้ขับเคลื่อนยานพาหนะชนิดอื่น

                ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้า และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดยั้ง ทำให้บริษัทรถยนต์หลายบริษัทพยายามพัฒนาระบบการขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งมีความคล้ายกับระบบ Autopilot ของเครื่องบิน มาใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ในการขับขี่รถยนต์กันมากขึ้น แต่ระบบเหล่านั้นยังไม่ใช่ระบบ Autopilot หรือการควบคุมการขับขี่อัตโนมัติเสียทีเดียว แต่เป็นระบบช่วยเหลือคนขับที่เรียกว่า Self – assisted Driving เสียมากกว่า ตัวอย่างเช่น บริษัท Telsa ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ที่ได้นำเอาระบบนี้มาทดลองได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนขึ้น ทำให้ต้องเปลี่ยนการเรียกระบบการขับอัตโนมัติ ที่เคยใช้เรียกก่อนหน้า มาเป็นการใช้คำว่าระบบช่วยขับแทน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน เนื่องจากคนขับยังมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมพวงมาลัยอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีนี้ช่วยก็ตาม ก็ไม่ได้เป็นระบบที่รถยนต์สามารถขับขี่ได้เองโดยไม่ต้องมีคนขับ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะสร้างความสับสน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

 

รถไฟฟ้าขัดข้อง เกี่ยวข้องกับคลื่นมือถืออย่างไร?

รถไฟฟ้าขัดข้อง เกี่ยวข้องกับคลื่นมือถืออย่างไร?

                จากสถานการณ์รถไฟฟ้า BTS ขัดข้องบ่อยติดต่อกันหลายวันจนผิดสังเกตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจให้กับคนทำงานในเมืองกรุงที่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งมวลชนหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ไปตาม ๆ กัน และก็พากันสงสัยถึงระบบการทำงาน ว่าทำไมถึงปล่อยให้ระบบเดินรถสาธารณะที่มีผู้คนใช้งานเป็นจำนวนมาก ขัดข้องบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น จนกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งในที่สุดก็ทราบสาเหตุว่าความขัดข้องในครั้งนี้ เกิดจากคลื่นสัญญาณรบกวนกัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะพาคุณมาไขข้อข้องใจกัน

การทำงานของรถไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่อย่างไร  

                ในการทำงานและการเดินรถของระบบรถไฟฟ้านั้นจะใช้การสื่อสารแบบไร้สายเพื่อใช้ควบคุมการเดินรถเพื่อส่งตำแหน่งของรถไฟฟ้าทุกคันไปให้ศูนย์ควบคุมทราบ รวมถึงรถแต่ละคนจะต้องทราบตำแหน่งของรถคันหน้าเพื่อการเว้นระยะที่ปลอดภัย ซึ่งคลื่นความถี่ที่รถไฟฟ้า BTS ใช้ในการควบคุมการสั่งการก็คือคลื่น 2400 MHz นั่นเอง ซึ่งตั้งแต่ในอดีตรถไฟฟ้า BTS ไม่ได้มีการสร้างระบบป้องกันการรบกวนสำหรับการใช้งานคลื่น 2400 MHz ที่ว่านี้        

คลื่นมือถือกระทบการทำงานของรถไฟฟ้าได้อย่างไร         

เนื่องจากเทคโนโลยีของระบบสื่อสารไร้สาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้คลื่นความถี่เพื่อส่งสัญญาณควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งผ่านข้อมูลของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันค่ายมือถือดีแทคได้มีการใช้คลื่นความถี่ 2300 MHz ในการทดสอบการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยทำการทดลองใช้คลื่น 2300 MHz ที่ได้มีการติดตั้งสถานีฐานบนเส้นทางเดินรถไฟฟ้า 20 สถานี ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานว่า ทำให้เกิดการรบกวนกับของคลื่นความถี่ที่อยู่ในช่วงคลื่นใกล้กัน และอีกหนึ่งสาเหตุก็น่าจะเกิดจากการที่ปัจจุบันคลื่นความถี่ 2400 MHz เป็นคลื่นความถี่เสรีที่เปิดให้มีการใช้ส่งสัญญาณไวไฟได้ ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการรบกวนกันของสัญญาณ ซึ่งส่งผลให้ระบบการเดินรถของรถไฟฟ้า BTS ขัดข้อง ซึ่งล่าสุดทาง DTAC ก็ได้ปิดการปล่อยสัญญาณบนคลื่นดังกล่าวแล้ว

จากข่าวคราวความคืบหน้าล่าสุด (27 มิ.ย. 2561) ทาง กสทช. หน่วยงานดูแลและกำกับด้านคลื่นความถี่ของประเทศไทย ได้ออกมาแถลงว่าสาเหตุที่ทำให้รถไฟฟ้า BTS ขัดข้องในครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องมาจากการส่งสัญญาณคลื่นความถี่ของโทรศัพท์มือถือ รบกวนการทำงานของระบบรถไฟฟ้าจริง และแนะนำให้ทาง BTS ย้ายช่วงคลื่นความถี่ใช้ในการส่งสัญญาณ เพื่อควบคุมการเดินรถให้ห่างจากช่วงคลื่น 2300 MHz ของดีแทคมากที่สุด และในระหว่างนี้ก็ให้ทางค่ายมือถืองดทดลองการส่งสัญญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขัดข้องของรถไฟฟ้าเกิดขึ้นด้วยสาเหตุนี้อีก

 

ขยะพลาสติก ภัยร้ายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ขยะพลาสติก ภัยร้ายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

                จากข่าวคราวที่หลายคนได้รู้และได้ทราบเรื่อง ก็เชื่อว่าย่อมสลดใจไปตาม ๆ กัน เมื่อมีคนไปพบกับเจ้าปลาวาฬเกยตื้น อยู่ที่ริมชายหาดของทะเลสาบฝั่งสงขลา ในประเทศไทยของเรา ที่ถึงแม้ว่าทีมแพทย์จะใช้ความพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ ก็ไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตของสัตว์ใหญ่ ที่เป็นหนึ่งในจ้าวทะเลตัวนี้ไว้ได้ และที่น่าสลดใจกว่าคือ เมื่อชันสูตรดูแล้วพบว่าสาเหตุที่ทำให้เจ้าปลาวาฬป่วยจนต้องเกยตื้นขึ้นมานั้น ก็เนื่องมาจากปลาวาฬได้กินขยะพลาสติกที่อยู่ในท้องทะเลเข้าไปเป็นจำนวนมากถึง 8 กิโลกรัม รวมถึงก่อนตายยังได้ขย่อนซากขยะพลาสติกออกมา ทำให้ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดตัวนี้ และด้วยเหตุนี้เองทำให้องค์กรหลายภาคส่วนในประเทศไทยเริ่มรณรงค์และให้ความสำคัญกับเรื่องของขยะพลาสติกกันอย่างจริงจัง

ทำไมพลาสติกถึงเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  

                พลาสติก เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มนุษย์ของเราผลิตขึ้นมา เพื่อใช้แทนวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีรูปแบบมากมายหลายชนิด สารประกอบอินทรีย์ชนิดนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะบางประการ คือเมื่อถูกความร้อนจะอ่อนตัว และเมื่อถูกความเย็นมักจะแข็งตัว ขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใช้และการออกแบบของโมเลกุลของพลาสติก ซึ่งข้อดีของพลาสติกก็คือ เมื่อใช้งานแล้วก็สามารถนำเอามาหลอมเพื่อผลิตขึ้นมาเป็นวัสดุชิ้นใหม่ได้ แต่ในความเป็นจริงที่เราใช้กัน ขยะพลาสติกมักเป็นสิ่งที่ใช้แล้วทิ้งทันที ไม่ค่อยจะนำเอากลับมาใช้ใหม่ จนสุดท้ายก็กลายเป็นขยะล้นประเทศ เนื่องจากไม่มีระบบและเทคโนโลยีการจัดการวัสดุประเภทนี้ที่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ สิ่งแวดล้อม เกิดเป็นปัญหามลภาวะอย่างที่เห็นกันได้ชัดเจนในปัจจุบัน

ใช้พลาสติกอย่างไรไม่ให้เป็นอันตราย

                ปัจจุบันในหลาย ๆ ประเทศได้มีการผลิตถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพลาสติกประเภทนี้สามารถย่อยสลายได้เช่นเดียวกับกระดาษ หรือวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ การแยกขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และการลดใช้พลาสติกในร้านค้าหรือแหล่งสถานบริการต่าง ๆ อย่างเช่นในหลาย ๆ ประเทศ ที่หากต้องการถุงพลาสติกจะต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่ม ซึ่งก็จะช่วยลดการใช้พลาสติกได้เป็นอย่างมาก ในประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกัน ที่ในปัจจุบันได้เริ่มมีมาตรการให้สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ไม่ใช้ถุงพลาสติก เพื่อเป็นการเริ่มต้นลดถุงพลาสติกอย่างจริงจัง

                คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยของเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการลดการใช้ถุงพลาสติกลงได้หรือไม่ หรือองค์และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีมาตรการใดที่ทำให้การใช้ถุงพลาสติกลดน้อยลงได้อย่างเห็นผล

 

แฮกเกอร์ ปัญหากวนใจตั้งแต่เรื่องเล็กไปถึงเรื่องใหญ่

แฮกเกอร์ ปัญหากวนใจตั้งแต่เรื่องเล็กไปถึงเรื่องใหญ่

                 ในโลกที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่าย ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าเรื่องส่วนตัวหรือความลับก็จะไม่กลายเป็นความลับอีกต่อไป ซึ่งจริงอยู่ว่าบางเรื่องไม่ใช่เรื่องใหญ่ และบางคนก็อยากให้คนอื่นรู้เรื่องส่วนตัวของตัวเองด้วยซ้ำ ด้วยการโพสเรื่องราวส่วนตัวลงในช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีชอบใจให้เรื่องส่วนตัวของตัวเองกลายเป็นเรื่องสาธารณะ ไม่เพียงเรื่องส่วนบุคคล การทำธุรกิจ การเก็บข้อมูลของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ต้องเป็นข้อมูลที่จัดเก็บในระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบการป้องกันอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่เป็นความลับไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ของอาชญากรหรือมิจฉาชีพที่นิยมเรียกกันว่าแฮกเกอร์ เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ในอนาคต

ความหมายของแฮกเกอร์

                แฮกเกอร์ ผู้โจรกรรมข้อมูล หรือที่บางแหล่งเรียกกันว่านักเลงคอมพิวเตอร์ หมายถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ โปรแกรม โลกออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งคำว่าผู้เชี่ยวชาญในความหมายของแฮกเกอร์นั้น สุ่มเสี่ยงไปในทางที่ไม่ดีนัก เนื่องจากคำว่าแฮกเกอร์เป็นคำที่ใช้เรียกผู้เชี่ยวชาญที่คอยโจรกรรมข้อมูล รหัส หรือความเป็นส่วนตัวของบุคคล หน่วยงาน บริษัท องค์กรเพื่อประโยชน์ในทางไม่ชอบ ซึ่งแฮกเกอร์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวิธีการและขั้นตอนการแฮก ตั้งแต่การเดารหัสผ่าน การแฝงตัวเข้ามาในโปรแกรมหรือหน้าเว็บต่าง ๆ ในช่องทางออนไลน์ ไปจนถึงการโจมตีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแหล่งเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยไวรัส สแปม หรือมัลแวร์ต่าง ๆ เป็นต้น

แฮกเกอร์ได้ประโยชน์อะไร

                ตามที่ได้กล่าวไปการแฮกหรือการโจรกรรมข้อมูลมีตั้งแต่ภาพเล็ก คือเรื่องส่วนบุคคลไปจนถึงภาพใหญ่ในเรื่องของข้อมูลระดับโลก ที่มีผลต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของแต่ละประเทศ ในเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่มากแต่ก็สร้างความยุ่งยากรำคาญใจก็อย่างเช่น การโดนแฮกอีเมล์ รหัสผ่านของโซเชียลมีเดีย เพื่อการโฆษณาสินค้าหรือสร้างความเสื่อมเสีย การโจรกรรมเข้าไปลบข้อมูลที่สำคัญ หรือขั้นร้ายแรงอย่างเช่นการขโมยข้อมูลส่วนตัวด้านการเงิน การเข้าสู่ระบบธนาคารออนไลน์ รหัสบัตรเครดิต การเผยแพร่ข้อมูลความลับขององค์กรหรือหน่วยงานรัฐบาลออกสู่สาธารณะชน หรือแฮกเข้ามาเผยแพร่ข้อมูลเพื่อดิสเครดิตหรือสร้างความเสื่อมเสีย ลดความน่าเชื่อถือขององค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ

การโจรกรรมข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในโลกดิจิตอล ที่การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากอีกต่อไป รวมถึงยังมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน ซึ่งหากพวกเขาเหล่านั้นนำความรู้ความสามารถไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องแล้วละก็ อาจจะทำให้ความเสียหายใหญ่หลวงเกิดขึ้นได้

 

การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมความฝันหรือความจริงในอนาคตอันใกล้

การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมความฝันหรือความจริงในอนาคตอันใกล้

                คนที่ชอบดูละคร ภาพยนตร์ หรือซีรีย์ฝรั่ง เชื่อว่าคงจะเคยดูหนังเกี่ยวกับซอมบี้ หรือในยุคที่โลกมนุษย์ต้องเจอกับโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตของประชากรบนโลกเราไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงโรคเหล่านี้ยังสามารถแพร่กระจายและติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นจากมนุษย์ด้วยกันเอง หรือระหว่างสัตว์กับมนุษย์ ซึ่งจริงอยู่ว่าเรื่องราวเหล่านั้นอาจจะเป็นจินตนาการที่อยู่ในแค่แผ่นฟิล์ม แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะในความเป็นจริงปัจจุบันเชื้อโรคต่าง ๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ อาการและความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการที่มนุษย์หรือสัตว์จะสามารถเกิดโรคเหล่านั้นขึ้นได้หรือไม่ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของพันธุกรรม วันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนพันธุกรรม ว่าในอนาคตจะมีความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน และในปัจจุบันวิทยาศาสตร์แขนงนี้ได้ก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว

ความหมายของการปรับเปลี่ยนพันธุกรรม

                การปรับเปลี่ยนพันธุกรรม หรือที่เรียกกันเป็นทางการได้ว่า พันธุวิศวกรรม คือการปรับเปลี่ยนดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาทำการแยกและคัดลอกเซลล์ที่น่าสนใจ โดยใช้วิธีการโคลนนิ่งโมเลกุลของเซลล์ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ทำการแทรกดีเอ็นเอของเซลล์ที่ทำการโคลนนิ่งหรือสังเคราะห์ขึ้นมาได้ เข้าไปยังสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ซึ่งในขณะเดียวกันดีเอ็นเอหรือยีนส์ภายในสิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าภาพ อาจจะถูกลบออกไป ซึ่งสิ่งมีชีวิตเจ้าภาพเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม จึงทำให้เทคโนโลยีชีวภาพที่เรียกว่าพันธุวิศวกรรมนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายแขนง โดยเฉพาะในการเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และทางด้านการแพทย์

ประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนพันธุกรรม

  • การเกษตร ปัจจุบันได้มีการนำเอาการปรับเปลี่ยนพันธุกรรมมาใช้ในด้านการเกษตร เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์ ผสมพันธุ์พืช และการเพิ่มผลผลิต ตัวอย่างเช่น การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีความทนทานต่อแมลงและศัตรูพืช ปรับแต่งพันธุกรรมให้พืชผลจำพวกข้าวโพด กล้วย มันเทศ มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชผลที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหาร ทำให้มีวิตามินและแร่ธาตุมากขึ้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหาร และแก้ไขปัญหาเรื่องสุขภาพให้กับประชากรในประเทศต่าง ๆ
  • การแพทย์ ปัจจุบันได้มีการนำเอาพันธุวิศวกรรมมาใช้ในด้านยา และด้านการแพทย์แล้วในหลายประเทศ ได้แก่ การนำเอาพิษของสัตว์มาสร้างเป็นภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายมนุษย์ หรือสัตว์ชนิดอื่น การเปลี่ยนถ่ายเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกายมนุษย์ที่บกพร่องหรือถูกทำลาย การนำมาสร้างเป็นฮอร์โมนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องโรคของมนุษย์ เป็นต้น

                ล่าสุดได้เริ่มมีการทดลองใช้การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมเพื่อให้ลูกหมูสามารถต้านทานโรคปอดได้ แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันว่า การตัดแต่งพันธุกรรมลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังเชื่อว่า ทั้งหมดจะคงทำเพื่อผลประโยชน์ต่อมนุษย์ ต่อโลกใบนี้นั่นเอง

 

AI ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หุ่นยนต์

AI ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หุ่นยนต์

                ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้ปัจจุบันได้มีการประดิษฐ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ความบันเทิง และประโยชน์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และบริการต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่เริ่มจะคุ้นหูและได้ยินกันอย่างแพร่หลาย ก็คือปัญญาประดิษฐ์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันสั้น ๆ ว่า AI ซึ่งหลายคนได้ยินคำนี้แล้วอาจจะติดกับคำว่า AI ต้องคือ Robot หรือหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ AI หรือปัญญาประดิษฐ์กันมากขึ้น

AI คืออะไร

                AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ เป็นศาสตร์ที่ใช้หลักการของวิศวกรรมและคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เพื่อสร้างความฉลาดให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต เมื่ออธิบายอย่างนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะร้องอ๋อและเห็นภาพกันได้ง่ายขึ้น การสร้างความฉลาดให้กับสิ่งไม่มีชีวิตก็คือการออกแบบโปรแกรม กระบวนการ ฟังก์ชันการทำงาน การคิดคำนวณ การออกแบบ ประเมินผล การแก้ไขปัญหา ไปจนถึงความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ  โดยใส่ข้อมูล หลักการ ตรรกะการทำงาน ความน่าจะเป็นลงไป คล้าย ๆ กับหลักการคิดของสมองคนแต่กลับยำเอาไปใส่ในคอมพิวเตอร์ โปรแกรม ซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ นั่นเอง    

การนำ AI มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

                 ปัจจุบันได้มีการสร้างโปรแกรม ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามหลักการของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เพื่อช่วยในการคำนวณ ประเมินผล และช่วยในการตัดสินใจต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งการนำเอาโปรแกรมมาบรรจุลงใน Robot หรือหุ่นยนต์ เพื่อใช้ควบคุมการทำงานของระบบให้ส่งคำสั่ง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและทำงานแทนมนุษย์ได้ตามต้องการ ทั้งในรูปแบบเครื่องจักร อุปกรณ์ ยานพาหนะ ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่มีการสร้างและออกแบบมาให้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนหรือมีการเคลื่อนที่ และมีลักษณะท่าทางเหมือนมนุษย์มากที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นในทุกภาคส่วนยังมีการนำเอา AI มาใช้เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ไปจนถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ อาทิเช่น การนำ AI เข้ามาช่วยเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้า หรือกลุ่มผู้บริโภค เป้าหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจรู้เทรนด์ความต้องการและสามารถนำเสนอสินค้า และบริการได้ตรงกับราคา และความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับการลงทุน ซึ่งเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์ที่มีการป้อนข้อมูล ตรรกะและวิธีการคิดที่ถูกต้อง จะช่วยให้การตัดสินใจมีความถูกต้องและแม่นยำกว่าการตัดสินใจของมนุษย์ ไปจนถึงปัจจุบันยังได้มีการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาช่วยแก้ปัญหาความอดอยาก และความขาดแคลนของประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์และตัดสินใจในการลงทุนเพาะปลูกพืชผลของเกษตรกร และช่วยเหลือในเรื่องของการพยากรณ์อากาศเหล่านี้เป็นต้น

ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในอนาคต จะทำให้เราได้เห็นการนำเอา AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในรูปแบบใดอีกบ้าง

 

E-sport กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ของคนรุ่นใหม่

E-sport กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ของคนรุ่นใหม่

                ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ยินคำว่า E-sport และเรื่องราวของ E-sport กันมากขึ้น ซึ่งก็เชื่อว่ายังคงมีคนสับสนและงงงวยอยู่ว่า กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้จะเรียกว่ากีฬาได้อย่างไร ความจริงแล้วดูเหมือนเป็นเกมคอมพิวเตอร์ที่ไม่แตกต่างจากเกมที่เด็ก ๆ เล่นกันเสียมากกว่า วันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักกับ E-sport กันมากขึ้น

E-Sport คืออะไร

                E-Sport หรือ กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ จะว่าไปแล้วก็คือวีดีโอเกมประเภทหนึ่ง ที่ผู้เล่นจะเล่นเป็นประเภทเดี่ยว คือเล่นคนเดียวก็ได้ หรือจะเล่นกันหลาย ๆ คนเป็นทีมก็ได้ ประเภทเกมของ E-Sport ก็จะมีหลายแนวแบ่งเป็นประเทศคล้าย ๆ กับวีดีโอเกมต่าง ๆ ที่เราเห็นกัน ทั้งเกมวางแผน เกมรบ เกมยิง เกมต่อสู้ทั้งประเภทเดี่ยวและประเทศทีม ซึ่งในปัจจุบันวีดีโอเกมประเภทนี้ ได้ถูกบรรจุให้เป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า E-Sport นั่นเอง และไม่ใช่ว่าจะเล่นกันเพื่อความสนุกและความบันเทิงเฉย ๆ E-Sport ได้รับการยอมรับและนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก จนถึงขั้นได้มีการแข่งขันรายการระดับโลกต่าง ๆ มากมายแบ่งเป็นหลายระดับตั้งแต่การแข่งขัน E-Sport ในระดับสมัครเล่นไปจนถึงการแข่งขันในระดับอาชีพเหมือนอย่างนักกีฬาประเภทอื่น

ทิศทางของ E-Sport ในประเทศไทย

                อย่างที่ได้บอกไปว่าปัจจุบัน E-Sport เป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับ และจัดให้มีการแข่งขันในระดับอาชีพในนานาประเทศ และในกีฬาเอเชียนเกมที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่กำลังจะถึงนี้ E-Sport ก็ได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขัน และในปี 2022 E-Sport ก็กำลังจะได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ที่แข่งขันเพื่อการชิงเหรียญอย่างเป็นทางการครั้งแรกอีกด้วย สำหรับประเทศไทยก็แน่นอนว่าจะมีการส่งนักกีฬาเข้าไปร่วมชิงเหรียญทองในการแข่งขัน E-Sport ที่จะจัดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาของประเทศไทยได้ประกาศให้ E-Sport เป็นกีฬาที่สามารถจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 เพราะฉะนั้นใครที่สนใจกีฬาประเภทนี้ ก็สามารถฝึกฝนความสามารถเพื่อเข้าร่วมแข่งขันไต่เต้าจากระดับมือสมัครเล่นก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ในระดับอาชีพได้ แต่ทั้งนี้ในระดับเยาวชน ก็อย่าลืมว่า E-Sport ก็เป็นเหมือนวีดีเกมชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการจัดสรรเวลาของตัวเยาวชนเองและการดูแลของผู้ปกครอง ไม่ให้เด็กเกิดความหมกมุ่นกับ E-Sport มากจนเกินไป เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสังคมตามมาในอนาคตได้

E-Sport เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ที่ทำให้วีดีโอเกมสามารถกลายเป็นกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ยกระดับมาให้เป็นกีฬาประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก ที่สามารถสร้างรายได้และสร้างธุรกิจให้กับผู้คนได้ในยุคนี้ โดยใช้เพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การออกแบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และที่ขาดไม่ได้คือการเชื่อมผ่านระบบการสื่อสารไร้สายอย่างอินเตอร์เน็ตนั่นเอง

 

นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีขนาดเล็กที่มีประโยชน์มหาศาล

นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีขนาดเล็กที่มีประโยชน์มหาศาล

 

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญในการคิดค้น ศึกษา ค้นคว้า จนพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์ มาเป็นระยะเวลายาวนาน ด้วยหลาย ๆ วัตถุประสงค์ ทั้งเพื่อช่วยให้การดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้น ช่วยในเรื่องของสุขภาพ ทางด้านการแพทย์ ช่วยประหยัด อนุรักษ์พลังงาน เพื่อความบันเทิง และเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้เราจึงได้นำอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในการศึกษา และค้นคว้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ นาโนเทคโนโลยี

นาโนเทคโนโลยี เป็นกระบวนการของการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ คือ มีขนาดประมาณ 1-100 นาโนเมตร เพื่อเป็นโครงสร้างของสิ่งประดิษฐ์หรือวัสดุ อุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

ตัวอย่างของการนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้งาน

  • นาโนเทคโนโลยีกับการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรค ในระดับโมเลกุล การคิดค้นตัวยา การสร้างอวัยวะเทียม หรือการสร้างหุ่นยนต์นาโนเพื่อช่วยในการรักษาทางการแพทย์ เช่น หุ่นยนต์ที่ใช้ช่วยแพทย์ด้านทันตกรรม, หุ่นยนต์นาโนเม็ดเลือดแดงเทียมที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกว่าเส้นเลือดฝอยทำให้สามารถเคลื่อนที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ และวัสดุยาที่ทำหน้าที่ลำเลียงยาเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยเผื่อช่วยทำการรักษาอาการผิดปกติต่าง ๆ เป็นต้น
  • นาโนเทคโนโลยีกับการเกษตร ได้แก่ การเจาะรูนาโนไปตรงบริเวณผนังเซลล์ของต้นข้าว และยิงอะตอมที่ต้องการเข้าไปยังเซลล์ของข้าว เพื่อเป็นการพัฒนาพันธ์ข้าวได้มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ, การใช้เทคโนโลยีนาโนเข้าไปตรวจจับเชื้อไวรัสเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด และการติดโรคสำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้ง, การนำเอาเทคโนโลยีนาโนมาปรับสภาวะ และยับยั้งสภาพดินเค็ม เพื่อให้เหมาะกับการเพาะปลูกมากขึ้น เป็นต้น
  • นาโนเทคโนโลยีกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การผลิตคอนกรีตที่มีโมเลกุลที่สามารถทำปฏิกิริยาเพื่อย่อยสลายมลภาวะที่เกิดจากควันของรถยนต์ได้ เพื่อลดมลภาวะบนท้องถนน
  • นาโนเทคโนโลยีกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ การออกแบบเสื้อนาโนที่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระ สารอินทรีย์และเชื้อจุลินทรีย์เพื่อช่วยลดการเกิดกลิ่นอับของเสื้อผ้าได้, การออกแบบเสื้อคลุมนาโนที่มีคุณสมบัติกันน้ำและสามารถป้องกันกระแสลม และสามารถป้องกันกันการสกปรกของการจับตัวกันของฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศได้ ทำให้เหมาะกับการใช้งานในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เป็นต้น

ปัจจุบันนาโนเทคโนโลยียังเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการคิดค้น ค้นคว้า และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีนี้เป็นความหวังของมนุษย์ในหลาย ๆ ด้านทั้งการดำรงชีวิต การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ที่จะสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ในด้านต่าง ๆ ในอนาคต

 

 

Robotic Surgery เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นเรื่องที่มีการพัฒนาให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ช่วยในการรักษาโรค วินิจฉัย รวมถึงรักษาอาการต่าง ๆ วันนี้เราจึงได้นำหนึ่งในเทคโนโลยีทางวิศวกรรมของหุ่นยนต์ ที่ได้มีการพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานจริงในวงการแพทย์แล้ว นั่นก็คือ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ Robotic Surgery

                หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การผ่าตัดมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีข้อดีคือช่วยให้แผลเล็ก มีอาการบาดเจ็บน้อย และคนไข้สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งแนวคิดของการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดนี้เริ่มมาจากการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้แทนมนุษย์ ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือพื้นที่ที่คนไม่สามารถเข้าไปได้ จนมาถึงการนำมาใช้งานทางด้านการแพทย์ เนื่องจากแพทย์ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยได้ในทุกที่เช่นกัน อย่างเช่น ในสมรภูมิสงคราม หรือในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการแพทย์อย่างเร่งด่วน และแพทย์ไม่สามารถไปถึงสถานที่นั้นได้ในทันที จึงได้เริ่มทำการคิดค้นหุ่นยนต์เพื่อให้สามารถทำการผ่าตัดได้ โดยเป็นการควบคุมมาจากระยะไกลโดยศัลยแพทย์

จุดเริ่มต้นของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1985 โดยเป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการเจาะชิ้นเนื้อสมอง จนต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นหุ่นยนต์เพื่อช่วยผ่าตัดเป็นครั้งแรก ในการช่วยผ่าตัดผู้ป่วยที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต จนได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้เรื่อยมาเพื่อใช้เป็นการแพทย์ในปัจจุบัน            

                หุ่นยนต์ที่ช่วยทำการผ่าตัดจะมีกระบวนการทำงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนของชุดสั่งการ ตัวควบคุม และตัวหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชนิดนี้จะถูกออกแบบมาให้มี 4 แขน โดยมีหลักการทำงานคือ 1 แขนจะทำหน้าที่ถือกล้อง ส่วนอีก 3 แขนจะทำหน้าที่ผ่าตัด โดยมีศัลยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ควบคุมด้วยการมองผ่านจอภาพเพื่อส่งคำสั่งไปยังแขนของหุ่นยนต์ให้ผ่าตัดตามที่แพทย์ต้องการ ทั้งการกรีด ตัด และเย็บเนื้อเยื่อ และด้วยกล้องที่มีความคมชัดอย่างแม่นยำ จึงทำให้การผ่าตัดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยุ่งยากน้อยลง

                ปัจจุบันโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยได้มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ช่วยผ่าตัดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ คือ ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง และยังช่วยในเรื่องของความแม่นยำมากกว่าการผ่าตัดด้วยมือของศัลยแพทย์ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อกำจัดของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงรวมถึงศัลยแพทย์ที่จะทำการบังคับและควบคุมหุ่นยนต์ประเภทนี้ได้จะต้องได้รับการฝึกฝนและเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้น

 

 

Virtual Reality เมื่อโลกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของโลกความจริง  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ทำให้จินตนาการในโลกสมมติ หรือโลกเสมือนจริงกลายเป็นความจริงได้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและผลิตเทคโนโลยีในจินตนาการ เพื่อช่วยให้มนุษย์มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หรือจะเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ความบันเทิงต่าง ๆ วันนี้เราจึงได้นำอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาฝากนั่นคือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Virtual Reality นั่นเอง

                 Virtual Reality หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ความเป็นจริงเสมือน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์สามารถมองเห็นสิ่งที่เกินกว่าความเป็นจริงได้ตรงหน้า หรือที่เรียกว่าบรรยากาศเสมือนจริงขึ้นด้วยการอาศัยเทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อประสาทการมองเห็น รวมถึงอาจมีการใช้เสียงเข้ามาช่วย เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศจำลองในการเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้ เพื่อความบันเทิงและการใช้งานด้านต่าง ๆ

ปัจจุบัน Virtual Reality ได้ถูกนำมาใช้งานจริงในหลาย ๆ ด้าน ตัวอย่างเช่น

  • เกม VR (Virtual Reality) ที่ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี Virtual Reality มาใช้กับความบันเทิงในรูปแบบของการเล่นเกม เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนได้เข้าไปมีส่วนร่วม และเข้าไปมีบทบาทในเกมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวขับรถที่ให้ความรู้สึกเหมือนผู้เล่นได้เข้าไปอยู่ในสนามแข่งจริง บรรยากาศจริง, เกมจำลองชีวิตใต้ทะเลที่สร้างบรรยากาศเหมือนผู้เล่นได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใต้ทะเล, เกมยิงและเกมผจญภัยในอวกาศต่าง ๆ และเกมขับเคลื่อนหุ่นยนต์ เป็นต้น
  • สวนสนุก Virtual Reality ล่าสุดที่ประเทศจีนได้มีการเปิดตัวสวนสนุกเสมือนจริงแห่งแรกของโลก ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งความพิเศษของสวนสนุกแห่งนี้ คือ เด็ก ๆ หรือคนที่ไปเที่ยวชม และเล่นเครื่องเล่นจะได้อรรถรสของการเที่ยวสวนสนุกผ่านแว่นตา VR เพื่อให้ได้พบกับหุ่นยนต์ ตัวการ์ตูน สัตว์ประหลาด และปราสาทในจินตนาการ ที่ออกมาโลดเล่นเหมือนอยู่ข้างกายนักท่องเที่ยวตลอดเวลา
  • การนำเอา Virtual Reality มาช่วยเพิ่มอรรถรสทางด้านการกิน ซึ่งเป็นการสร้างมุมมองการมองเห็นรวมถึงเสียง ไปจนถึงกลิ่น เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติให้กับการรับประทานอาหารมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากเป็นเมนูอาหารทะเลก็จะมีเสียงคลื่นเข้ามาเป็นองค์ประกอบระหว่างการรับประทานอาหารด้วย เป็นต้น

นอกจากนี้อุปกรณ์สำหรับสวมใส่ของเทคโนโลยี Virtual Reality ยังได้ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้สามารถสวมใส่ และพกพาได้สะดวกในรูปแบบของแว่นตา ที่ประกอบด้วยฟังก์ชันหลาย ๆ อย่าง ซึ่งนอกจากจะสามารถสร้างภาพเสมือนให้กับผู้ที่สวมใส่ได้แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นกล้องถ่ายภาพและกล้องถ่ายวีดีโอได้อีกด้วย ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเทคโนโลยีนี้จะได้รับความนิยม และถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายและประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน